
|
|
|
ด้านการทหารเรือ หลังพระราชพิธีบวรราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงจัดตั้งกรมทหารเรือวังหน้าขึ้น
พระองค์ทรงทำนุบำรุงด้านกำลังทหารเรืออย่างต่อเนื่อง ทรงสร้างโรงทหารเรือขึ้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทาง
ทิศใต้ของตำหนักแพ (บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปัจจุบัน) นอกจากนั้นยังได้ทรงดัดแปลงกำปั่นไทย
ให้เป็นเรือรบ 2 ลำ โดยพระราชทานนามว่า "อาสาวดีรส"
และ "ยงยศอโยชฌิยา" |
|||
|
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นกิจวัตรตามหมายกำหนดการพระราช พิธีฝ่ายพระบวรราชวัง และยังได้ทรงปฏิสังขรณ์ วัดหงส์รัตนาราม ต่อจากสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี โดยทรงบูรณะทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาราย สะพานหน้าวัดและส่วนอื่นๆ อีกมากมาย จึงมีธรรมเนียมถือกันมาว่าวัดนี้ เป็นวัดในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนั้นยังได้ทรงปฏิสังขรณ์ วัดอื่นๆ อีกด้วย อาทิ วัดศรีสุดาราม, วัดโมลีโลกยาราม, วัดบวรสถานสุทธาวาส และวัดชนะสงคราม เป็นต้น |
|
|
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงแปลหนังสือเกี่ยวกับวิชาการทหารและเครื่องจักรกล จากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทยไว้หลายเล่ม
รวมทั้งทรงแปลพจนานุกรมภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยด้วย พระราชหัตถเลขาของพระองค์เอง
ได้พบหลักฐานแสดงถึงการเอาพระราชหฤทัยใส่ในการศึกษาของ เหล่าข้าราชการ
ในสังกัดของพระองค์ เนื่องจากทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทรงเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการ
จัดการศึกษาให้ทัดเทียมกับอารยประเทศ จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพาร
ได้เล่าเรียนภาษาอังกฤษ และทรงส่งไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
เพื่อนำเอาความรู้และประสบการณ์กลับมาพัฒนา บ้านเมืองต่อไป |
|
|
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดด้านศิลปะ ทั้งด้านดนตรี กวีนิพนธ์ และนาฎศิลป์ โดยเฉพาะ ทรงสันทัดการทรงแคนและทรงแอ่วอย่างไพเราะ ทรงพระราชนิพนธ์คำแอ่วไว้เป็นจำนวนมากและยังได้ทรง ริเริ่มการประดิษฐ์ระนาดทุ้มเหล็กขึ้นเป็นพระองค์แรก โดยมีการจัดเล่นประกอบกับระนาดแบบเดิมรวมเป็น เครื่องดนตรี 4 ชนิด เรียกว่า "ปีพาทย์เครื่องใหญ่" สืบมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนั้นยังทรงสนับสนุนและ ทรงอุปการะศิลปินที่มีความสามารถ เช่น สุนทรภู่ ครูมีแขก และคุณพุ่ม เป็นต้น |
|
|
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุน อิศเรศรังสรรค์ ทรงมีความเชื่อถือในการแพทย์สมัยใหม่ ได้ทรงนำ Dr. Dan Beach Bradley มิชชันนารี ชาวอเมริกันซึ่งจบวิชาแพทย์ มาถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะที่ยังทรงผนวชอยู่ นอกจากนั้นยังมีรับสั่งให้ Dr. Dan Beach Bradley ถวายการตรวจสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ซึ่งเป็นพระราชชนนีที่พระราชวังเดิม แต่การแพทย์สมัยใหม่ยังไม่เป็นที่ยอมรับในราชสำนักจนกระทั่ง Dr. Dan Beach Bradley ได้ปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษเป็นผลสำเร็จ และได้รับพระราชทานรางวัลจาก พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว |
|
|
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเป็นที่ปรึกษาในการทำสนธิสัญญากับชาติต่างๆ ในช่วง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากทรงสนพระทัยและแตกฉานในภาษาอังกฤษ ทั้งด้าน การอ่านและการเขียน รวมทั้งวิชาการอันทันสมัย ตลอดจนขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของชาติตะวันตก ซึ่งเป็น ผลจากได้ทรงรู้จักและสนิทสนมกับมิชชันนารีชาวอเมริกัน ชาวอังกฤษและชาวตะวันตกอีกหลายชาติ ที่เข้ามา ในประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ |
|
|
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาวิชาการทางวิทยาศาสตร์การช่าง การต่อเรือ การไฟฟ้า การทำแก๊ส วิชาเคมีโลหวิทยา ตลอดจนการถ่ายภาพและการพิมพ์ จึงนับได้ว่าทรงเป็นผู้ชำนาญในวิชาช่าง หลายสาขาตั้งแต่ช่างแก้นาฬิกา จนถึงช่างจักรกล มีหลักฐานปรากฎว่าพระองค์ได้รับสั่ง ให้ Dr. Samuel House เข้าเฝ้าเพื่อถวายคำแนะนำในเรื่องวิทยาศาสตร์ และการทดลองต่าง ๆ อยู่เสมอ พระองค์ได้ทรง แปลหนังสือภาษาอังกฤษเกี่ยวกับวิชาการทหารและเครื่องจักรเป็นภาษาไทยไว้หลายเล่ม และได้ทรงร่วมกับ Rev. J.H. Chandler สร้างเรือขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรไอน้ำ ที่ต่อมาเรียกว่า "เรือกลไฟ" หรือ "เรือไฟ" เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้ทรงทดลองแล่นในแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้พระองค์ยังทรงต่อเรือพระ ที่นั่งชนิดบาร์กบ้าง สกูเนอร์บ้างอีกหลายลำด้วยกัน นอกเหนือจากเรือรบที่ใช้ในราชการทหารเรือของวังหน้า และยังได้ทรงหล่อปืนใหญ่ด้วยเหล็กเพื่อใช้ในราชการแผ่นดินตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว |
|
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงมีพระอุปนิสัยขี้เล่น ไม่โปรดพิธีรีตองรวมทั้งไม่โปรดเสด็จในงานพระราชพีธีต่าง
ๆ ทรงเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ แต่ก็ทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาศาสตร์และเครื่องจักรกล
ทรงพระปรีชาสามารถในด้านการช่างหลายประเภท ทรงนิยมขนบธรรมเนียมอย่างชาติทางตะวัน
ตก ที่เห็นได้ชัดคือการแต่งพระองค์และทรงไว้พระมัสสุ ซึ่งภายหลังเป็นที่นิยมกันในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
นอกจากนั้นยังทรง เป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลที่ได้เริ่มใช้บัตรพระปรมาภิไธยอย่างฝรั่งขึ้นในประเทศไทย
รวมทั้งนำการตั้งเสาและเชิญธงมาใช้ ทรงโปรดกีฬาบนหลังม้า ทรงพระปรีชา สามารถในการทรงม้าและทรงช้างเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งยังโปรดทางศิลปะ ทั้งด้านดนตรี การประพันธ์ และนาฎศิลป นอกจากนั้นยังสามารถทรงแคนและทรงแอ่ว
ได้อย่างไพเราะและชัดเจน |
กลับสู่ด้านบน
โฮมเพจ | พระราชวังเดิม
| โบราณสถาน | สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
| พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
สาระน่ารู้กรุงธนบุรี | นิทรรศการ
| เกี่ยวกับมูลนิธิ | ติดต่อมูลนิธิ
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2546
http://www.wangdermpalace.com
มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม
กองทัพเรือ